pip คือหน่วยมาตรฐานที่เล็กที่สุดของการเคลื่อนไหวของราคาในคู่สกุลเงิน สำหรับคู่ฟอเร็กซ์ส่วนใหญ่ 1 pip เท่ากับ 0.0001 หรือการเปลี่ยนแปลงหนึ่งหลักที่ทศนิยมตำแหน่งที่สี่ ส่วนคู่ที่มีเงินเยนญี่ปุ่นเกี่ยวข้อง 1 pip เท่ากับ 0.01 หรือทศนิยมตำแหน่งที่สอง คำนี้มาจาก "percentage in point" และเทรดเดอร์ใช้วัดว่าราคาเคลื่อนไหวไปไกลเท่าไร
ฟังดูเป็นเรื่องเทคนิค แต่ pip เป็นรากฐานของแทบทุกอย่างในฟอเร็กซ์ ทั้งสเปรด กำไรและขาดทุน จุดวาง stop-loss และขนาดสถานะที่รับได้อย่างปลอดภัย
คู่มือนี้อธิบายว่า pip คืออะไร มูลค่าของ pip เปลี่ยนไปตามขนาดล็อตอย่างไร และใช้ pip บริหารความเสี่ยงจริงได้อย่างไร พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจง่ายกับคู่เงินอย่าง EUR/USD และ USD/JPY

สรุปประเด็นสำคัญ
- pip คือหน่วยมาตรฐานที่เล็กที่สุดของการเคลื่อนไหวของราคาในคู่สกุลเงิน โดยเท่ากับ 0.0001 สำหรับคู่ส่วนใหญ่ แต่เท่ากับ 0.01 สำหรับคู่เยนอย่าง USD/JPY ส่วน pipette คือ 1 ใน 10 ของ pip
- มูลค่าของ pip ขึ้นอยู่กับขนาดล็อตที่คุณเทรด สำหรับคู่ที่ใช้ USD เป็นสกุลเงินหลังและบัญชีเป็น USD จะอยู่ที่ประมาณ $10 ต่อ pip สำหรับล็อตมาตรฐาน $1 สำหรับมินิล็อต และ $0.10 สำหรับไมโครล็อต
- pip ไม่ได้มีไว้แค่อ่านกราฟ แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับสเปรด ระยะ stop-loss และการกำหนดขนาดสถานะ จึงเป็นรากฐานของการบริหารความเสี่ยงที่แท้จริง
Pip ในฟอเร็กซ์คืออะไร?
pip วัดการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าระหว่างสองสกุลเงิน หาก EUR/USD เคลื่อนจาก 1.1050 ไปที่ 1.1051 การขึ้น 0.0001 นั้นคือ 1 pip และถ้าเคลื่อนจาก 1.1732 ไปที่ 1.1737 คู่เงินนี้ก็ขึ้นไป 5 pip

หน่วยนี้เล็กโดยออกแบบมาเช่นนั้น เพราะสกุลเงินเคลื่อนไหวทีละน้อย และ pip ช่วยให้เทรดเดอร์พูดถึงการเคลื่อนไหวเหล่านั้นได้อย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน คำว่า "ตลาดขึ้นไป 30 pip" มีความหมายเหมือนกันสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคู่เงินไหนหรือบัญชีขนาดเท่าไร
ทำไมต้องทศนิยมตำแหน่งที่สี่
สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD, USD/CAD, NZD/USD และ USD/CHF pip อยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่สี่ 1 pip เท่ากับการเคลื่อนที่หนึ่งหลักในตำแหน่งนั้น ซึ่งคิดเป็น 1/100 ของ 1% นี่เป็นเพียงธรรมเนียมปฏิบัติ แต่ใช้กันเกือบทั่วโลก เมื่อจำได้แล้วคู่เงินส่วนใหญ่ก็อ่านได้แบบเดียวกัน
ทำไมคู่ JPY ใช้ทศนิยมตำแหน่งที่สอง
คู่เงินเยนญี่ปุ่นเป็นข้อยกเว้นหลัก เพราะเยนซื้อขายที่ระดับราคาตามตัวเลขสูงกว่ามาก (USD/JPY อาจอยู่ราว 150 ไม่ใช่ 1.15) 1 pip ของคู่อย่าง USD/JPY หรือ EUR/JPY จึงเท่ากับ 0.01 หรือทศนิยมตำแหน่งที่สอง หลักการเหมือนกัน เพียงแต่ตำแหน่งทศนิยมเลื่อนไป หาก USD/JPY เคลื่อนจาก 150.10 ไปที่ 150.15 นั่นคือ 5 pip
ข้อเท็จจริงสั้น ๆ
- สำหรับล็อตมาตรฐาน 1 pip ของ EUR/USD มีมูลค่าประมาณ $10 ดังนั้นการเคลื่อนไหวรายวันปกติที่ 50 pip จึงหมายถึงมูลค่าที่แกว่งถึง $500 โดยที่คุณยังไม่ได้เปลี่ยนอะไรในสถานะของคุณเลย
Pip, Pipette, Point และ Tick ต่างกันอย่างไร
คำเหล่านี้มักถูกใช้สลับกันอยู่เสมอ จึงควรแยกให้ชัดเจน
Pip และ Pipette
pip คือหน่วยมาตรฐานตามที่อธิบายข้างต้น ส่วน pipette ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าเศษของ pip (fractional pip) คือ 1 ใน 10 ของ pip หรือเท่ากับ 0.00001 สำหรับคู่มาตรฐาน และ 0.001 สำหรับคู่ JPY โบรกเกอร์จำนวนมากแสดงราคาที่ทศนิยม "5 และ 3 ตำแหน่ง" แทน "4 และ 2 ตำแหน่ง" และหลักที่เพิ่มมานั้นคือ pipette ซึ่งทำให้ราคาละเอียดและแคบลง
คำศัพท์ | คืออะไร | คู่มาตรฐาน | คู่ JPY |
|---|---|---|---|
Pip | หน่วยมาตรฐานของการเคลื่อนไหวของราคา | 0.0001 (ทศนิยมตำแหน่งที่ 4) | 0.01 (ทศนิยมตำแหน่งที่ 2) |
Pipette | 1 ใน 10 ของ pip (เศษของ pip) | 0.00001 (ทศนิยมตำแหน่งที่ 5) | 0.001 (ทศนิยมตำแหน่งที่ 3) |
Point | คำที่ใช้กันหลวม ๆ มักหมายถึง pip แต่บางครั้งหมายถึง pipette | แตกต่างกันตามการใช้งาน | แตกต่างกันตามการใช้งาน |
Tick | การเปลี่ยนแปลงของราคาที่เล็กที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยทั่วไปเท่ากับ pipette | 0.00001 | 0.001 |
Point และ Tick
"Point" เป็นคำที่ใช้สับสนที่สุด เทรดเดอร์บางคนใช้หมายถึง pip แต่บางคนใช้หมายถึง pipette ส่วน "tick" คือการเปลี่ยนแปลงของราคาที่เล็กที่สุดที่เครื่องมือการเทรดทำได้ ซึ่งในฟอเร็กซ์มักตรงกับ pipette
ข้อสรุปในทางปฏิบัติคือ เมื่อมีคนพูดถึง "point" ให้ตรวจสอบว่าหมายถึง pip เต็มหรือเศษของ pip เพราะความต่างคือ 10 เท่า และเรื่องนี้สำคัญเมื่อมีเงินเกี่ยวข้อง
มูลค่า Pip และขนาดล็อต
การรู้ว่า pip คืออะไรไม่ได้บอกว่ามันมีมูลค่าเท่าไร การเคลื่อนไหว 1 pip อาจมีค่า 10 เซนต์หรือ 100 ดอลลาร์ก็ได้ ขึ้นอยู่กับขนาดสถานะของคุณ (วัดเป็นล็อต) ทั้งสิ้น

ล็อตมาตรฐาน มินิล็อต และไมโครล็อต
ล็อตคือจำนวนหน่วยคงที่ของสกุลเงินหลัก ล็อตมาตรฐานคือ 100,000 หน่วย มินิล็อตคือ 10,000 หน่วย และไมโครล็อตคือ 1,000 หน่วย ยิ่งล็อตใหญ่ pip แต่ละ pip ก็ยิ่งมีมูลค่ามาก
สำหรับคู่ที่ USD เป็นสกุลเงินหลัง (เช่น EUR/USD) และคุณถือบัญชี USD มูลค่าจะคงที่และเข้าใจง่าย การเคลื่อนไหว 1 pip เท่ากับ $10 สำหรับล็อตมาตรฐาน $1 สำหรับมินิล็อต และ $0.10 สำหรับไมโครล็อต นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่พบบ่อยที่สุดสำหรับมือใหม่
สูตรคำนวณมูลค่า Pip แบบง่าย
สูตรพื้นฐานตรงไปตรงมา คือ มูลค่า pip = (ขนาด pip ÷ อัตราแลกเปลี่ยน) × ขนาดสถานะ สำหรับ EUR/USD ที่ล็อตมาตรฐาน จะได้ (0.0001 ÷ 1) × 100,000 = $10 ต่อ pip โบรกเกอร์ส่วนใหญ่คำนวณให้อัตโนมัติ แต่การเข้าใจสูตรช่วยให้คุณตรวจสอบความสมเหตุสมผลของความเสี่ยงก่อนกดซื้อ
เมื่อมูลค่า Pip เปลี่ยนไป
มูลค่า pip จะคงที่ก็ต่อเมื่อสกุลเงินของบัญชีตรงกับสกุลเงินหลัง หาก USD อยู่ข้างหน้าของคู่ เช่น USD/JPY หรือ USD/CAD หรือไม่มี USD อยู่ในคู่เลย มูลค่า pip จะเปลี่ยนไปตามอัตราแลกเปลี่ยน

ตัวอย่างเช่น สำหรับ USD/CAD คุณนำ $10 หารด้วยอัตรา USD/CAD ปัจจุบัน ดังนั้นเมื่ออัตรานั้นสูงขึ้น แต่ละ pip จะมีมูลค่าลดลงเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้จึงควรมีเครื่องคำนวณ pip หรือ เครื่องคำนวณขนาดล็อตฟอเร็กซ์ไว้ใช้งาน
ประเภทล็อต | หน่วย | มูลค่า Pip (USD) | เคลื่อนไหว 10 pip | เคลื่อนไหว 50 pip |
|---|---|---|---|---|
มาตรฐาน | 100,000 | $10.00 | $100 | $500 |
มินิ | 10,000 | $1.00 | $10 | $50 |
ไมโคร | 1,000 | $0.10 | $1 | $5 |
วิธีคำนวณกำไรและขาดทุนเป็น Pip
เมื่อเข้าใจมูลค่า pip แล้ว การคำนวณกำไรและขาดทุนก็เป็นเพียงเลขคณิตง่าย ๆ คือ จำนวน pip ที่ได้หรือเสีย × มูลค่า pip × จำนวนล็อต
การเทรด | เข้า → ออก | Pip | ล็อต | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|---|---|
EUR/USD ซื้อ | 1.1050 → 1.1080 | +30 | มาตรฐาน | +$300 |
EUR/USD ซื้อ | 1.1050 → 1.1080 | +30 | มินิ | +$30 |
EUR/USD ขาย | 1.1050 → 1.1020 | +30 | ไมโคร | +$3 |
USD/JPY ซื้อ | 150.20 → 150.70 | +50 | มินิ | ≈ +$33* |
GBP/USD ซื้อ | 1.2700 → 1.2650 | −50 | มาตรฐาน | −$500 |
ตัวอย่างการคำนวณกับ EUR/USD
สมมติว่าคุณซื้อ EUR/USD ที่ 1.1050 และปิดที่ 1.1080 ซึ่งเป็นกำไร 30 pip หากเทรดหนึ่งล็อตมาตรฐานที่ $10 ต่อ pip จะได้กำไร 30 × $10 = $300
หากเปลี่ยนเป็นมินิล็อต การเคลื่อนไหวเดียวกันจะได้ $30 และไมโครล็อตจะได้ $3 สัดส่วนการเคลื่อนไหวของราคาเท่ากัน มีเพียงขนาดสถานะเท่านั้นที่เปลี่ยนผลลัพธ์เป็นดอลลาร์
หลักการเดียวกันกับคู่ JPY
คู่ JPY ใช้หลักการเดียวกันเพียงแต่ใช้ตำแหน่งทศนิยมต่างกัน หากซื้อ USD/JPY ที่ 150.20 และขายที่ 150.70 นั่นคือ 50 pip มูลค่า pip ในกรณีนี้ไม่คงที่เมื่อคิดเป็น USD แต่เครื่องคำนวณ pip จะหาค่าให้ได้ทันที
ประเด็นไม่ใช่การท่องจำการแปลงค่าทุกแบบ แต่คือการเข้าใจว่ากำไร ขาดทุน และความเสี่ยงของคุณถูกวัดเป็น pip ก่อน แล้วจึงแปลงเป็นเงินด้วยขนาดล็อตของคุณ
Pip กับสเปรด
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่พบ pip เป็นครั้งแรกที่สเปรด ซึ่งคือช่องว่างระหว่างราคา Bid (ขาย) และ Ask (ซื้อ) ช่องว่างนี้วัดเป็น pip และเป็นต้นทุนของการเปิดการเทรดนั่นเอง

การอ่านสเปรด 1 pip
หาก EUR/USD แสดงราคา Bid ที่ 1.1050 และ Ask ที่ 1.1051 สเปรดคือ 1 pip คุณเริ่มทุกการเทรดด้วยสถานะติดลบเล็กน้อยเท่ากับจำนวนนั้นพอดี นี่คือเหตุผลที่สเปรดแคบมีความสำคัญ โดยเฉพาะกับสไตล์การเทรดระยะสั้นที่เทรดบ่อย สเปรด 1 pip แทบไม่มีผลกับการเทรดแบบสวิงระยะยาว แต่มีนัยสำคัญหากคุณทำ scalping หลายสิบครั้งต่อวัน
ทำไมสเปรดจึงไม่เท่ากัน
สเปรดแตกต่างกันตามคู่เงิน โบรกเกอร์ และสภาพตลาด โดยคู่หลักอย่าง EUR/USD มักมีสเปรดแคบที่สุด ส่วนคู่ exotic จะกว้างกว่า ก่อนลงทุนด้วยเงินจริง ควรตรวจสอบสเปรดสดและข้อกำหนดของสัญลักษณ์ โดยหน้าเงื่อนไขการเทรดของ XBTFXแสดงข้อมูลเหล่านี้ไว้สำหรับแต่ละเครื่องมือ
ใช้ Pip กำหนด Stop-Loss และ Take-Profit
ตรงนี้เองที่ pip เลิกเป็นเรื่องจุกจิกและกลายเป็นการบริหารความเสี่ยง ทุกการเทรดที่มีวินัยจะกำหนดเป็น pip ว่าให้พื้นที่แก่ตลาดเท่าไร และตั้งเป้ากำไรไว้เท่าไร

การกำหนดระดับราคา
stop-loss ถูกตั้งห่างจากจุดเข้าไปกี่ pip ซึ่งเป็นจุดที่คุณยอมรับว่าการเทรดนั้นผิดทางและออกจากตลาด ส่วน take-profit อยู่ห่างออกไปกี่ pip ในทิศทางตรงข้าม ทั้งสองอย่างรวมกันกำหนดอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนของคุณ เช่น เสี่ยง 20 pip เพื่อทำกำไร 40 pip คุณก็ได้แผนเทรดแบบ 1:2
การกำหนดขนาดสถานะตามจุด Stop
ที่สำคัญคือ pip เชื่อมโยงโดยตรงกับการกำหนดขนาดสถานะ stop-loss 10 pip อาจหมายถึงขาดทุน $100 หรือ $1,000 ก็ได้ขึ้นอยู่กับขนาดล็อตของคุณ ขั้นตอนแบบมืออาชีพจึงทำย้อนกลับ คือ ตัดสินใจก่อนว่ายอมเสี่ยงเงินเท่าไร วัดระยะ stop เป็น pip แล้วให้สองตัวเลขนั้นกำหนดขนาดล็อต ไม่ใช่ทำกลับกัน
นี่คือเวอร์ชันที่ขยายเพิ่มเล็กน้อย โดยคงหัวข้อย่อยของคุณไว้และเพิ่มข้อผิดพลาดที่พบบ่อยอีกหนึ่งข้อ เพื่อให้ส่วนนี้มีความลึกมากขึ้น
ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับ Pip ที่มือใหม่มักทำ
ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับ pip ส่วนใหญ่มาจากความพลั้งเผลอไม่กี่แบบที่คาดเดาได้ ไม่มีข้อไหนซับซ้อน และนั่นคือเหตุผลที่คนมักพลาด เพราะเป็นเรื่องที่จะเลิกทำก็ต่อเมื่อเสียการเทรดไปแล้วสักหนึ่งหรือสองครั้ง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย | ทำไมจึงเสียหาย | วิธีแก้ |
|---|---|---|
สับสนระหว่าง pip กับ pipette | อ่านการเคลื่อนไหว 50 pipette เป็น 50 pip ทำให้ประเมินความเสี่ยงผิด 10 เท่า | นับตำแหน่งทศนิยม หลักที่ 5 หรือที่ 3 คือ pipette |
ลืมว่าคู่ JPY ใช้ทศนิยมตำแหน่งที่ 2 | การเคลื่อนไหวที่ดู "เล็ก" จริง ๆ แล้วใหญ่เมื่อวัดเป็น pip | จำหลัก "4 และ 2" คือทศนิยมตำแหน่งที่ 4 สำหรับคู่ทั่วไป และตำแหน่งที่ 2 สำหรับ JPY |
นับ pip แต่ไม่สนใจมูลค่า pip | "100 pip" ไม่มีความหมายหากไม่รู้ขนาดล็อต | แปลง pip เป็นเงินเสมอก่อนเทรด |
ตั้ง stop ตามความรู้สึก ไม่ใช่การคำนวณ | ระยะ stop ไม่ตรงกับความเสี่ยงที่เป็นเงินจริง | กำหนดขนาดสถานะจากขีดจำกัดความเสี่ยงและระยะ stop เป็น pip |
การอ่านทศนิยมผิด
ข้อผิดพลาดคลาสสิกคือการสับสนระหว่าง pip กับ pipette เช่น อ่านราคาห้าทศนิยมแล้วคิดว่าการเคลื่อนไหว 50 point คือ 50 pip ทั้งที่จริงคือ 5 pip นั่นเป็นการประเมินความเสี่ยงผิดไปสิบเท่า และมักเกิดขึ้นในจังหวะที่แย่ที่สุด คือตอนที่คุณรีบกำหนดขนาดสถานะ
อีกข้อคือการลืมว่าคู่ JPY ใช้ทศนิยมตำแหน่งที่สอง การเคลื่อนไหวที่ดูเล็กบนหน้าจอจึงมีนัยสำคัญเมื่อวัดเป็น pip ควรฝึกนิสัยดูว่า pip อยู่ตรงไหนก่อนอ่านการเคลื่อนไหว ไม่ใช่หลังจากนั้น
การมองข้ามมูลค่า Pip
มือใหม่มักจดจ่อกับจำนวน pip โดยไม่สนใจมูลค่า pip "ฉันได้กำไร 100 pip" ไม่มีความหมายหากไม่ระบุขนาดล็อต เพราะ 100 pip บนไมโครล็อตคือ $10 ไม่ใช่โชคลาภ ตัวเลขเดียวกันอาจเป็นเศษเล็กน้อยหรือการขาดทุนร้ายแรงก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานะที่อยู่เบื้องหลัง pip เพียงอย่างเดียวจึงไม่เคยบอกภาพทั้งหมด
เทรดเดอร์จำนวนมากยังตั้ง stop-loss ตามความรู้สึกแทนที่จะคำนวณว่าระยะ pip นั้นมีต้นทุนเป็นเงินเท่าไร ซึ่งทำให้ความเสี่ยงค่อย ๆ แยกออกจากขนาดบัญชีโดยไม่รู้ตัว
การลืมสเปรดและต้นทุน
ยังมีข้อผิดพลาดที่เงียบกว่านั้นซึ่งแทบไม่มีใครพูดถึง คือการลืมว่าสเปรดกินต้นทุนของทุกการเทรดตั้งแต่ก่อนที่ราคาจะขยับ เป้าหมาย 5 pip ดูง่ายจนกว่าคุณจะนึกขึ้นได้ว่าสเปรด 2 pip หมายความว่าคุณกำลังไล่ตาม 7 pip จริง ๆ โดยเฉพาะกับการเทรดระยะสั้น การมองข้ามช่องว่างนี้ทำให้แผนที่ดูมีกำไรบนกระดาษกลายเป็นแผนที่ค่อย ๆ เสียเงินไป
วิธีแก้ของทุกข้อเหมือนกัน คือ แปลง pip เป็นดอลลาร์ก่อนเทรดเสมอ คิดสเปรดเข้าไปด้วย และตรวจสอบธรรมเนียมทศนิยมของคู่เงินที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง
นี่คือเวอร์ชันที่ยาวขึ้นเล็กน้อย โดยคงหัวข้อย่อยและลำดับการเล่าของคุณไว้ พร้อมเพิ่มหัวข้อย่อยที่สองเพื่อให้อ่านเป็นเช็กลิสต์ที่สมบูรณ์
เช็กลิสต์การคำนวณ Pip
ก่อนเปิดการเทรด การไล่ตรวจในใจอย่างรวดเร็วช่วยไม่ให้คำนวณ pip พลาด ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเมื่อกลายเป็นนิสัย และเป็นความต่างระหว่างการรู้ความเสี่ยงของตัวเองกับการเดา
ขั้นตอน | สิ่งที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|
1 | ยืนยันธรรมเนียมทศนิยมของคู่เงิน (ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 หรือตำแหน่งที่ 2 สำหรับ JPY) |
2 | ระบุขนาดล็อตของคุณและมูลค่า pip พื้นฐาน |
3 | ตรวจสอบว่าสกุลเงินของบัญชีตรงกับสกุลเงินหลังหรือไม่ |
4 | วัดระยะ stop-loss และ take-profit เป็น pip |
5 | แปลงความเสี่ยงเป็น pip ให้เป็นจำนวนเงินจริง |
6 | ยืนยันว่าความเสี่ยงที่เป็นเงินอยู่ภายในขีดจำกัดต่อการเทรดของคุณ |
สิ่งที่ต้องไล่ตรวจ
ยืนยันธรรมเนียมทศนิยมของคู่เงิน คือทศนิยมตำแหน่งที่สี่สำหรับคู่ส่วนใหญ่ และตำแหน่งที่สองสำหรับคู่ JPY ระบุขนาดล็อตของคุณ (มาตรฐาน มินิ หรือไมโคร) และมูลค่า pip พื้นฐาน ตรวจสอบว่าสกุลเงินของบัญชีตรงกับสกุลเงินหลังหรือไม่ หากไม่ตรง มูลค่า pip จะเปลี่ยนไปตามอัตราแลกเปลี่ยน แทนที่จะอยู่ที่ตัวเลข $10, $1 หรือ $0.10 ที่ชัดเจน
วัดระยะ stop-loss และ take-profit เป็น pip จากนั้นแปลงความเสี่ยงที่เป็น pip นั้นให้เป็นจำนวนเงินจริง และยืนยันว่าอยู่ภายในขีดจำกัดความเสี่ยงของการเทรดนั้น หากตัวเลขไม่พอดีกับขีดจำกัด ให้ลดขนาดล็อตลงแทนที่จะขยับ stop ให้กว้างขึ้น เพราะ stop ควรอยู่ตรงจุดที่แนวคิดการเทรดของคุณผิด ไม่ใช่ตรงจุดที่บัญชีของคุณรับได้
สร้างนิสัยอย่างปลอดภัย
ทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องทำแบบเฉพาะหน้าขณะที่มีเงินจริงเสี่ยงอยู่ การฝึกขั้นตอนเหล่านี้บนบัญชีเดโมสำหรับเทรดก่อนจะช่วยให้ลำดับนี้กลายเป็นความเคยชิน เมื่อถึงเวลาเทรดด้วยเงินทุนจริง การคำนวณก็เป็นไปโดยอัตโนมัติ และคุณจะมีสมาธิกับจังหวะการเทรดมากกว่าเลขคณิตเบื้องหลัง
บทสรุป
pip อาจดูเป็นรายละเอียดทางเทคนิคเล็ก ๆ แต่อยู่เบื้องหลังเกือบทุกการตัดสินใจของเทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ ทั้งสเปรดที่จ่าย ขาดทุนที่จำกัดไว้ และขนาดที่เลือกเทรด
เมื่อคุณอ่านออกว่า pip อยู่ตรงไหนและแปลงเป็นเงินจริงได้ กลไกส่วนที่เหลือก็จะดูเป็นนามธรรมน้อยลงมาก และกฎที่ควรจำนั้นเรียบง่าย คือ คิดเป็น pip ก่อน แล้วจึงคิดเป็นเงิน ตัดสินใจว่ายอมเสี่ยงเท่าไร วัดเป็น pip แล้วกำหนดขนาดสถานะให้พอดี ไม่ใช่ทำกลับกัน
เริ่มต้นด้วยบัญชีเดโม กำหนดความเสี่ยงของคุณให้ชัดเจน แล้วปล่อยให้นิสัยที่ดีทำงานหนักแทนคุณ
คำถามที่พบบ่อย
pip ในฟอเร็กซ์คืออะไร อธิบายแบบง่าย ๆ
คือหน่วยมาตรฐานที่เล็กที่สุดของการเคลื่อนไหวของราคาในคู่สกุลเงิน โดยปกติคือทศนิยมตำแหน่งที่สี่ (0.0001) หรือตำแหน่งที่สอง (0.01) สำหรับคู่เยน เทรดเดอร์ใช้วัดว่าราคาเคลื่อนไหวไปไกลแค่ไหน
pip กับ pipette ต่างกันอย่างไร
pipette คือ 1 ใน 10 ของ pip ซึ่งเป็นทศนิยมตำแหน่งที่ห้าสำหรับคู่ส่วนใหญ่ หรือตำแหน่งที่สามสำหรับคู่ JPY โบรกเกอร์ที่แสดงราคา "5 และ 3" ตำแหน่งกำลังแสดง pipette เพื่อให้ราคาละเอียดขึ้น
1 pip มีมูลค่าเท่าไร
สำหรับคู่ที่ใช้ USD เป็นสกุลเงินหลังและบัญชี USD อยู่ที่ประมาณ $10 สำหรับล็อตมาตรฐาน $1 สำหรับมินิล็อต และ $0.10 สำหรับไมโครล็อต มูลค่าจะเปลี่ยนไปเมื่อสกุลเงินของบัญชีแตกต่างจากสกุลเงินหลัง
ทำไมคู่ JPY จึงใช้ pip ต่างออกไป
เพราะเยนซื้อขายที่ระดับราคาตามตัวเลขสูงกว่ามาก pip ของมันจึงอยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่สอง (0.01) แทนที่จะเป็นตำแหน่งที่สี่ ซึ่งทำให้หน่วยนี้มีขนาดที่เหมาะสม
ต้องคำนวณ pip ด้วยมือหรือไม่
ไม่จำเป็น โบรกเกอร์และเครื่องคำนวณ pip ส่วนใหญ่คำนวณให้อัตโนมัติ แต่การเข้าใจวิธีคำนวณช่วยให้คุณกำหนดขนาดสถานะและตรวจสอบความเสี่ยงได้ แทนที่จะเชื่อเครื่องมืออย่างไม่ลืมหูลืมตา